วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
ศูนย์ปลูกถ่ายไขกระดูก : ความสำเร็จที่ช่วยคืนชีวิตและสานฝันให้น้อง
นับเป็นอีกหนึ่งความหวังของผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคธาลัสซีเมีย โรคไขกระดูกฝ่อ และโรคพันธุกรรมทางเม็ดโลหิตต่างๆ ซึ่งไม่สามารถรักษาได้ในอดีต แต่วันนี้ด้วยศักยภาพความพร้อมของโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ สามารถประสบความสำเร็จในการนำวิทยาการปลูกถ่ายไขกระดูกมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยเด็กจนสามารถกลับไปมีชีวิตได้เป็นปกติแล้วถึง14 ราย พร้อมกันนี้ยังได้จัดตั้งกองทุน New Life เพื่อเป็นศูนย์กลางให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กที่ต้องการการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวแต่ขาดทุนทรัพย์ด้วย ผู้สนใจหรือต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมที่ ศูนย์ปลูกถ่ายไขกระดูก โลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ โทร. 0-2378-9000 หรือที่ www.samitivejhospitals.com
วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
ออกกำลังวันละนิด ช่วยพิชิตพุงได้
ออกกำลังวันละนิด ช่วยพิชิตพุงได้ ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าอยากออกกำลังกายลดไขมันหน้าท้อง เพียงแต่ควรเป็นแบบ Cardio Exercise ได้แก่ เต้นแอโรบิก ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เดินเร็ว เดินในน้ำ เดินป่า ปีนเขา ขึ้นกับความเหมาะสมของแต่ละคน วันละ 30 นาที อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ นอกจากช่วยเรื่องของการลดน้ำหนัก และรอบเอวให้ลดลงแล้ว ยังช่วยเรื่องการสูบฉีดเลือด ทำให้หัวใจแข็งแรงอีกด้วย นอกจากนี้บางรายอาจเสริมด้วยการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง* เพื่อสร้างกล้ามเนื้อแทนที่ไขมัน ซึ่งควรบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องให้ได้ทั้ง 3 ส่วน คือ ส่วนบน ส่วนล่าง และด้านข้าง อย่างละ 15 ครั้งเป็นอย่างน้อย
เพื่อผลลัพธ์ที่ดี การออกกำลังกายควรทำควบคู่กับการมีโภชนาการที่ดี เพราะถ้ายังลดน้ำหนักไม่ได้ รอบเอวของคุณก็จะไม่มีทางเล็กลงโดยการบริหารหน้าท้องเพียงอย่างเดียว
*ท่าออกกำลังกายขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ หรือรับคำแนะนำที่ถูกต้อง
กล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนบน
ใช้วิธี sit up แต่ไม่ต้องยกศีรษะขึ้นมาสูงจนถึงเข่า แค่ผงกศีรษะให้ท้องส่วนบนเกร็งก็พอ
กล้ามเนื้อท้องส่วนล่าง
ให้นอนหงาย ยกขาสองข้างขึ้นลง จะรู้สึกเกร็งตรงท้องส่วนบน เมื่อยต้นขาเล็กน้อย ถ้าเริ่มหัดใหม่ๆยังไม่ต้องยกลำตัวขึ้นมา ให้นอนราบยกขาสองข้างเท่านั้นพอ
กล้ามเนื้อด้านข้าง
ทำคล้าย sit up แต่ให้สลับขาขึ้นมาทีละข้างด้วย เวลาที่ยกขาซ้ายขึ้น ก็ให้ยกตัวขึ้นศอกขวาไปแตะเข่าซ้ายนั้น อีกข้างก็ทำสลับกัน
เพื่อผลลัพธ์ที่ดี การออกกำลังกายควรทำควบคู่กับการมีโภชนาการที่ดี เพราะถ้ายังลดน้ำหนักไม่ได้ รอบเอวของคุณก็จะไม่มีทางเล็กลงโดยการบริหารหน้าท้องเพียงอย่างเดียว
*ท่าออกกำลังกายขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ หรือรับคำแนะนำที่ถูกต้อง
เมตาบอลิคซินโดรม ภัยเงียบที่แฝงมากับความอ้วน
รู้กันหรือไม่ว่า ยิ่งรอบเอวเรายิ่งขยาย ร่างกายของเราจะยิ่งแย่ ในโลกสมัยใหม่ทุกวันนี้ 1 ใน 4 ของประชากรในประเทศที่พัฒนาแล้ว รวมทั้งในประเทศไทย กำลังเผชิญกับภาวะเมตาบอลิคซินโดรม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือมะเร็งบางชนิด โดยพบว่าเมตาบอลิคซินโดรมมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับคนที่มีปัญหาน้ำหนักเกิน หรือคนที่มีปัญหาอ้วนลงพุง ซึ่งกว่าจะรู้ตัวว่ามีโรคแทรกซ้อนเหล่านี้เกิดขึ้น ก็มักกลายเป็นโรคเรื้อรังที่จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิตแล้ว
Metabolic Syndrome เรื่องเดียว เกี่ยวพันไปหลายโรค
เคยได้ยินคำว่าเรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่หรือเปล่า? เมตาบอลิคซินโดรมก็เข้าข่ายนั้นเช่นกัน เพราะเมตาบอลิคซินโดรม (Metabolic Syndrome) คืออาการผิดปกติที่เกิดจากการเผาผลาญพลังงานในร่างกายไม่สมบูรณ์ โดยปกติอาหารที่เรารับประทานเข้าไปจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือด รออินซูลินพาเข้าสู่เซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงาน คนที่มีปัญหาลงพุงจะมีเซลล์ไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น ทำให้กรดไขมันหลั่งเข้ามาสู่กระเลือดมากขึ้น มีผลทำให้การเผาผลาญน้ำตาลกูลโคสลดลง ร่างกายจึงไม่สามารถดึงน้ำตาลในเลือดมาใช้ เกิดการคั่งในกระแสเลือด จนทำลายระบบหลอดเลือด และระบบปลายประสาท ขณะที่ฮอร์โมน adiponectin ในกระแสเลือดกลับลดลง ทำให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลินมากขึ้น
เมตาบอลิค ซินโดรม เรื่องเดียวจึงมีผลต่อระบบหลอดเลือดแทบทุกส่วนอวัยวะ เช่น มีผลต่อหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงหัวใจ ทำให้เป็นโรคหัวใจได้ง่าย มีผลต่อไต ทำให้ไตขับเกลือน้อยลง ส่งผลให้ความดันโลหิตสูง ไตวาย มีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงเป็นผลให้เกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน เลือดมีภาวะแข็งตัวง่ายทำให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดสมองหรือหัวใจ มีผลต่อตับทำให้ไขมันคั่งในตับ ขณะที่ภาวะดื้อต่ออินซูลินมีผลต่อการเกิดโรคเบาหวาน ซึ่งโรคเหล่านี้อาจต้องกินยาประคับประคองและพบแพทย์ตลอดชีวิต
นอกจากนี้ยังพบว่าผู้หญิงอ้วน ยังมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovarian Syndrome: PCOS) ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ การมีบุตรยาก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และยังอาจก่อปัญหาอื่นๆที่เป็นผลกระทบตามมา เช่น โรคปวดหลัง โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นต้น
รอบรู้โรคร้ายได้ แค่รู้รอบเอว
ไม่ต้องอายที่จะหยิบสายวัดวัดรอบเอวคุณ วิธีที่ถูกต้องคือ วัดผ่านสะดือ ขณะหายใจออกเต็มที่ (อย่าเข้าข้างตัวเอง โดยรัดสายแน่นเกินไป) แล้วลองดูซิว่าค่าที่ได้เข้าข่ายความเสี่ยงหรือไม่ เกณฑ์การวินิจฉัยโดยสหพันธ์เบาหวานโลก (International Diabetes Federation) สำหรับคนไทย ผู้ชายใช้เกณฑ์เส้นรอบเอวไม่เกิน 90 ซม. และผู้หญิงไม่เกิน 80 ซม. หากเกินจากนี้ และมีภาวะ 2 ใน 4 ข้อต่อไปนี้ร่วมด้วย ให้ถือว่าเป็นเมตาบอลิคซินโดรม
- ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด มากกว่า 150 มก./ดล.
- ระดับ เอช ดี แอล โคเลสเตอรอล (ไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย) น้อยกว่า 40 มก./ดล.ในผู้ชาย หรือ น้อยกว่า 50 มก./ดล.ในผู้หญิง
- ความดันโลหิต มากกว่า 130/85 มม.ปรอท หรือรับประทานยาลดความดันโลหิตอยู่
- ระดับน้ำตาลขณะอดอาหาร มากกว่า 100 มก./ดล.
Metabolic Syndrome เรื่องเดียว เกี่ยวพันไปหลายโรค
เคยได้ยินคำว่าเรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่หรือเปล่า? เมตาบอลิคซินโดรมก็เข้าข่ายนั้นเช่นกัน เพราะเมตาบอลิคซินโดรม (Metabolic Syndrome) คืออาการผิดปกติที่เกิดจากการเผาผลาญพลังงานในร่างกายไม่สมบูรณ์ โดยปกติอาหารที่เรารับประทานเข้าไปจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือด รออินซูลินพาเข้าสู่เซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงาน คนที่มีปัญหาลงพุงจะมีเซลล์ไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น ทำให้กรดไขมันหลั่งเข้ามาสู่กระเลือดมากขึ้น มีผลทำให้การเผาผลาญน้ำตาลกูลโคสลดลง ร่างกายจึงไม่สามารถดึงน้ำตาลในเลือดมาใช้ เกิดการคั่งในกระแสเลือด จนทำลายระบบหลอดเลือด และระบบปลายประสาท ขณะที่ฮอร์โมน adiponectin ในกระแสเลือดกลับลดลง ทำให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลินมากขึ้น
เมตาบอลิค ซินโดรม เรื่องเดียวจึงมีผลต่อระบบหลอดเลือดแทบทุกส่วนอวัยวะ เช่น มีผลต่อหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงหัวใจ ทำให้เป็นโรคหัวใจได้ง่าย มีผลต่อไต ทำให้ไตขับเกลือน้อยลง ส่งผลให้ความดันโลหิตสูง ไตวาย มีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงเป็นผลให้เกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน เลือดมีภาวะแข็งตัวง่ายทำให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดสมองหรือหัวใจ มีผลต่อตับทำให้ไขมันคั่งในตับ ขณะที่ภาวะดื้อต่ออินซูลินมีผลต่อการเกิดโรคเบาหวาน ซึ่งโรคเหล่านี้อาจต้องกินยาประคับประคองและพบแพทย์ตลอดชีวิต
นอกจากนี้ยังพบว่าผู้หญิงอ้วน ยังมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovarian Syndrome: PCOS) ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ การมีบุตรยาก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และยังอาจก่อปัญหาอื่นๆที่เป็นผลกระทบตามมา เช่น โรคปวดหลัง โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นต้น
รอบรู้โรคร้ายได้ แค่รู้รอบเอว
ไม่ต้องอายที่จะหยิบสายวัดวัดรอบเอวคุณ วิธีที่ถูกต้องคือ วัดผ่านสะดือ ขณะหายใจออกเต็มที่ (อย่าเข้าข้างตัวเอง โดยรัดสายแน่นเกินไป) แล้วลองดูซิว่าค่าที่ได้เข้าข่ายความเสี่ยงหรือไม่ เกณฑ์การวินิจฉัยโดยสหพันธ์เบาหวานโลก (International Diabetes Federation) สำหรับคนไทย ผู้ชายใช้เกณฑ์เส้นรอบเอวไม่เกิน 90 ซม. และผู้หญิงไม่เกิน 80 ซม. หากเกินจากนี้ และมีภาวะ 2 ใน 4 ข้อต่อไปนี้ร่วมด้วย ให้ถือว่าเป็นเมตาบอลิคซินโดรม
- ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด มากกว่า 150 มก./ดล.
- ระดับ เอช ดี แอล โคเลสเตอรอล (ไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย) น้อยกว่า 40 มก./ดล.ในผู้ชาย หรือ น้อยกว่า 50 มก./ดล.ในผู้หญิง
- ความดันโลหิต มากกว่า 130/85 มม.ปรอท หรือรับประทานยาลดความดันโลหิตอยู่
- ระดับน้ำตาลขณะอดอาหาร มากกว่า 100 มก./ดล.
เมื่อผมผ่าตัดครบหนึ่งโหล
การผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopic Surgery) สามารถใช้ได้กับการผ่าตัดทางนรีเวชเกือบทุกชนิดเช่น การผ่าตัดมดลูก การผ่าตัดถุงน้ำรังไข่ การผ่าตัดปีกมดลูก เป็นต้น กล้องที่ใช้ในการผ่าตัดมีกำลังขยายทำให้มองเห็นอวัยวะต่างๆได้ชัดเจน และสามารถเข้าไปถึงตำแหน่งต่างๆในอุ้งเชิงกรานได้ง่ายกว่าการผ่าตัดเปิดหน้า ท้องแบบดั้งเดิม โดยไม่ทำให้เกิดแผลขนาดใหญ่ดังเช่นการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบดั้งเดิม ผู้ป่วยปวดแผลน้อยกว่าและฟื้นตัวเร็วกว่า ทำให้พักอยู่ในโรงพยาบาลไม่นานก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น ในบางรายสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียว และส่วนใหญ่ก็สามารถใช้ชีวิตเกือบปกติได้ในหนึ่งสัปดาห์
สิบสองปีที่ผ่านไปได้ทำให้ผมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆในเสี้ยวหนึ่งของชีวิต ได้รับใช้ประชาชนไปกว่า2000 ราย แต่เมื่อเทียบกับงานทั้งประเทศที่มีนับหมื่นในแต่ละปีถือว่าน้อยมาก แต่ประสบการณ์ที่ค่อยๆสะสมมา และความรับผิดชอบที่สูงมากๆก็เป็นประวัติศาสตร์แห่งชีวิตอีกบทหนึ่งที่เกิด ขึ้นมาแล้วกับตัวผมเอง
หลังจากจบหลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางในสาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยาแล้ว ผมก็มีหนทางการดำเนินชีวิตไม่ต่างจากแพทย์ร่วมสายวิชาชีพท่านอื่นๆมากนัก นั่นก็คือการแสวงหาสถานที่ในการปฏิบัติงาน ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง โดยมีเป้าหมายคือการนำวิชาการที่ได้ร่ำเรียนมาทั้งสิ้น 9 ปี ลงสู่สนามการทำงานจริงอย่างสมบูรณ์นั่นเอง
แต่ในชีวิตจริงนั้นมิได้เป็นเช่นดังที่คาดหวังไว้ การใช้ชีวิตมิได้หยุดนิ่ง เช่นเดียวกับการเรียนรู้ ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เนื่องจากข่าวสารข้อมูลที่ได้รับแตกต่างออกไปจากที่เรียนมาทีละเล็กทีละน้อย การที่จะพยายามไม่รับรู้สิ่งต่างๆจากภายนอกเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากความจำเจเริ่มคืบคลานเข้ามา ความเบื่อหน่ายก็เข้ามาแทนที่ในชีวิต ทำให้การรับฝากครรภ์ การทำคลอด การทำหมัน การตรวจภายใน การผ่าตัดในอุ้งเชิงกรานโดยการเปิดหน้าท้องแบบดั้งเดิม เป็นสิ่งที่ไม่ท้าทายเท่าใดนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกไร้พรหมแดนเช่นปัจจุบัน
ในปีพ.ศ. 2537 ผมได้เห็นประกาศการรับสมัครผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตรการผ่าตัดผ่านกล้องทาง นรีเวชกรรม จากภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศเยอรมนีเป็นวิทยากร ทำให้ข้าพเจ้าสนใจขึ้นมาทันที เนื่องจากสมัยเรียนนั้น การผ่าตัดผ่านกล้องไม่เห็นมีอะไรแปลกใหม่เลยนอกเสียจากการส่องกล้องเพื่อการ ตรวจวินิจฉัย และการทำหมันแห้งเท่านั้น แต่นี่กลับมีการผ่าตัดได้ด้วย อีกทั้งในช่วงนั้นได้มีรายงานทางการแพทย์ฉบับหนึ่งได้กล่าวถึงการผ่าตัด มดลูกผ่านกล้องส่องช่องท้องสำเร็จเป็นรายแรกของโลกตั้งแต่ปีพ.ศ. 2534 โดยนายแพทย์ แฮรี่ ริชท์ จากสหรัฐอเมริกา จึงเป็นข้อมูลที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น และหากเราได้เข้าร่วมการฝึกอบรมจะทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆเพิ่มเติม ขึ้นมาอีกเป็นแน่
สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็วกับการฝึกอบรมระยะสั้นครั้งนั้น ผมได้อะไรน้อยมากเนื่องจากมีผู้สนใจเข้ารับการฝึกอบรมมากมายเกือบร้อยคน ประกอบกับระยะเวลาการเรียนรู้มีจำกัด แต่สิ่งที่ผมได้เยอะมากที่สุดก็คือ ความประทับใจในความคิดและจินตนาการของมนุษย์ที่ไม่มีขอบเขตจำกัด ในการแก้ปัญหาความเจ็บไข้ของมวลมนุษย์ให้ลุล่วงไปอย่างดีที่สุด ผมได้นำความรู้มาปฏิบัติตามแต่ก็เป็นไปอย่างไม่ราบรื่นเท่าใดนักและนั่นทำ ให้ผมตัดสินใจเดินหน้าต่อไปเพื่อไปให้ถึงความสามารถดังเช่นแพทย์จากประเทศ ที่เจริญแล้วเค้ามีกัน
ผมเริ่มต้นการเดินทางค้นหาความจริงด้วยการไปเยี่ยมชมโรงพยาบาลในประเทศ เยอรมนี และ
เน เธอร์แลนด์ ได้พบเห็นการผ่าตัดผ่านกล้องสดๆด้วยตาของตนเองเป็นครั้งแรกเป็นการผ่าตัดเอา มดลูกออกทางช่องคลอดโดยใช้กล้องส่องช่องท้องช่วย แทบจะไม่เชื่อสายตาแต่ความเป็นจริงได้อุบัติขึ้นแล้วในโลกใบนี้ แต่เราก็ไม่สามารถจะเรียนรู้ได้อย่างถึงแก่นซะทีเดียว ผมจึงได้ติดต่อไปยังประธานสมาคมนรีแพทย์ผ่าตัดผ่านกล้องนานาชาติแห่งสหรัฐ อเมริกาขณะนั้นคือนายแพทย์ เจมส์ แดเนียล เพื่อขอเข้ารับการฝึกอบรมอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งผมก็ได้รับความกรุณาจากท่านอย่างเต็มที่โดยมิได้เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่าง ใด
ประสบการณ์ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อนั้น ผมได้ให้บริการการผ่าตัดผ่านกล้องแก่ผู้ป่วยไปแล้วทั้งสิ้นประมาณ 80 ราย ซึ่งขณะนั้นคิดว่าหากท่านอาจารย์ถามอะไรมา เราก็คงสามารถแสดงตัวเลขได้อย่างสมศักดิ์ศรีบ้างพอสมควร แต่เพื่อความไม่ประมาทไหนๆก็จะมาเรียนแล้วระหว่างโดยสารอยู่บนเครื่องบินก็ บันทึกคำถามเพื่อแก้ปัญหาอุปสรรคที่ผ่านๆมา นึกไปนึกมาได้ประมาณ 5 หน้าสมุดบันทึกทีเดียว
วันแรกแห่งการเรียนรู้อย่างจริงจังในปีพ.ศ. 2539 ก็ทำให้คำถามต่างๆที่เตรียมมาได้รับคำตอบที่น่าพอใจถึง 3 หน้าทีเดียวส่วนที่เหลือก็คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก แต่ก็ทำให้อุ่นใจได้ว่า.......เรามาถูกทางแล้ว ประสบกาณ์ที่ผ่านมา 80 รายภายในสองปีนั้นดูด้อยลงถนัดตาเมื่อเทียบกับสถิติการผ่าตัดผ่านกล้องในโรง พยาบาลเซนเทนเนียล เมดดิอลเซนเตอร์ มลรัฐเทนเนสซี่ มีมากถึงเดือนละ 300 ราย ผมถึงกับอุทานอยู่ในใจว่า โอ้มายก๊อด สัปดาห์ต่อมาผมได้ร่วมเดินทางไปประชุมวิชาการสามัญประจำปีของสมาคมที่ อาจารย์ของผมเป็นประธานอยู่ ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองชิคาโก โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 600 คนจากทั่วโลกทำให้เราได้เห็นว่า เป็นโอกาสที่ดีมากที่ได้มาพบปะผู้สนใจวิชาการการผ่าตัดผ่านกล้องมากมายเช่น นี้เชียวหรือ ทำให้มีกำลังใจในการตั้งใจนำความรู้กลับมาให้บริการแก่ประชาชนมากขึ้นอีก เป็นทวีคูณ
การเรียนรู้เริ่มต้นด้วยการอ่านตำราต่างๆ จากนั้นจึงเข้าห้องผ่าตัดเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์วิธีการผ่าตัด และเมื่อมีเวลาว่างก็มานั่งดูวิดีโอการผ่าตัดชนิดต่างๆที่ได้บันทึกไว้ ในวันหยุดก็ฝึกการใช้เครื่องมือการผ่าตัดผ่านกล้อง โดยใช้หุ่นยนต์มาเป็นเครื่องช่วยการเรียนรู้ จากนั้นก็ฝึกการผ่าตัดจริงในสัตว์ทดลองซึ่งก็น่าสงสารเจ้าหมูน้อยน้ำหนัก 25 กิโลกรัมเสียจริงๆ เนื่องจากต้องได้รับการฉีดยาให้เสียชีวิตไปหลังจากการเรียนรู้สิ้นสุดลง เมื่อการฝึกปฏิบัติมาถึงบทท้ายๆ ผมได้มายืนเคียงข้างเตียงผ่าตัดคู่กับผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดผ่านกล้องที่มี ชื่อเสียงคนหนึ่งของโลก ร่วมกันผ่าตัด ร่วมกันเยี่ยมผู้ป่วยหลังการผ่าตัด คนแล้วคนเล่า จนแน่ใจว่าจะสามารถจดจำสิ่งที่มีประโยชน์มาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันให้ ดีที่สุดให้จงได้ จากการเรียนรู้ที่ผ่านไป ทำให้เห็นความสามารถและประสิทธิภาพของการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวชกรรม ที่ทำพลิกความคิดแบบเดิมๆไปสู่ความรู้อีกหน้าหนึ่งของศาสตร์ทางการแพทย์สมัย ใหม่ ทั้งๆที่วิธีการเหล่านี้มีผู้ค้นคิดมานับร้อยปีแล้ว แต่พึ่งนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่เพียงสองทศวรรษเท่านั้น เนื่องจากได้มีการพัฒนาการทางเทคโนโลยีต่างๆเช่น ใยแก้วนำแสง เทคโนโลยีการถ่ายทอดสัญญาณภาพ หรือการใช้หุ่นยนต์เป็นต้น
ก่อนกลับท่านอาจารย์ได้ฝากข้อคิดสำคัญไว้ว่า One who does not learn Laparoscopy will be history (ผู้ใดไม่เรียนรู้การผ่าตัดผ่านกล้อง จะเป็นคนในยุกต์ประวัติศาสตร์ซะแล้ว) ผมก็ได้ถ่ายทอดให้รุ่นต่อๆมารับทราบเมื่อมีโอกาส และดูเหมือนจะใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ
จากวันแรกเริ่มที่ผมจับเครื่องมือการผ่าตัดผ่านกล้องจนถึงวันนี้ ครบสิบสองปีแล้ว ผู้ป่วยที่มารับบริการการผ่าตัดสามารถเข้าใจวิธีการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรี เวชกรรมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากแพทย์ไทยเราที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศขณะนี้ได้มีการเรียนรู้ เพิ่มเติมมากขึ้น และได้มีการกระจายความรู้ความเข้าใจออกไปอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนได้มีการเรียนการสอนในทุกสถาบันการแพทย์ของประเทศให้แพทย์มีความรู้ พื้นฐานในการขวนขวายต่อไปในภายภาคหน้า จนผมสังเกตพบว่าผู้ป่วยกว่าร้อยละ 80 เลยทีเดียวที่มีข้อมูลของการผ่าตัดผ่านกล้อง วิธีการผ่าตัดก็สามารถทำได้โดยการเป่าลมเข้าสู่ช่องท้อง แล้วใช้กล้องที่มีแสงสว่างอยู่ด้วยสอดผ่านแผลขนาด 5 มิลลิเมตรบริเวณสะดือลงสู่ภายในช่องท้อง เพื่อทำการตรวจสภาพภายในช่องท้องจากนั้นจึงสอดเครื่องมือขนาดเล็กผ่านแผล บริเวณท้องน้อยทั้งสองข้างเพื่อทำการผ่าตัด
สิบสองปีที่ผ่านไปได้ทำให้ผมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆในเสี้ยวหนึ่งของชีวิต ได้รับใช้ประชาชนไปกว่า 2000 ราย แต่เมื่อเทียบกับงานทั้งประเทศที่มีนับหมื่นในแต่ละปีถือว่าน้อยมาก แต่ก็นับได้ว่าเป็นฟันเฟืองส่วนหนึ่งที่พยายามนำพาวิธีการผ่าตัดผ่านกล้อง ให้ไปสู่จุดหมายที่แท้จริง เพราะนอกจากจะให้บริการผู้เจ็บป่วยแล้ว ยังได้ร่วมกับชมรมนรีแพทย์ผ่าตัดผ่านกล้องแห่งประเทศไทย เผยแพร่ความรู้อย่างต่อเนื่องอีก ด้วย
จะเห็นได้ว่าการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวชกรรมสามารถนำมาให้บริการแก่ผู้ป่วย ได้อย่างหลากหลาย โดยที่ข้อบ่งชี้ในการทำผ่าตัดมีมากขึ้นและข้อห้ามก็จะลดลงตามลำดับ แปรตามจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ที่สนใจวิธีการทางด้านนี้ได้ขยายวงกว้างออกไป เรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกันผลข้างเคียงก็อาจจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
จากประสบการณ์ดังกล่าวข้างต้นผู้เขียนเห็นว่ามีสิ่งที่น่าจะสามารถนำมาบอก เล่า ถึงศักยภาพของการนำวิธีการทางการแพทย์มาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้มารับ บริการอย่างสูงสุด อันเป็นการ transfer technology จากอดีตมาสู่ยุคสมัยปัจจุบันเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ให้มากขึ้นในอนาคต
เขียนโดย:
นพ. มงคล จันทาภากุล
สูติ นรีเวชวิทยา - ผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช
โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท
สิบสองปีที่ผ่านไปได้ทำให้ผมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆในเสี้ยวหนึ่งของชีวิต ได้รับใช้ประชาชนไปกว่า2000 ราย แต่เมื่อเทียบกับงานทั้งประเทศที่มีนับหมื่นในแต่ละปีถือว่าน้อยมาก แต่ประสบการณ์ที่ค่อยๆสะสมมา และความรับผิดชอบที่สูงมากๆก็เป็นประวัติศาสตร์แห่งชีวิตอีกบทหนึ่งที่เกิด ขึ้นมาแล้วกับตัวผมเอง
หลังจากจบหลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางในสาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยาแล้ว ผมก็มีหนทางการดำเนินชีวิตไม่ต่างจากแพทย์ร่วมสายวิชาชีพท่านอื่นๆมากนัก นั่นก็คือการแสวงหาสถานที่ในการปฏิบัติงาน ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง โดยมีเป้าหมายคือการนำวิชาการที่ได้ร่ำเรียนมาทั้งสิ้น 9 ปี ลงสู่สนามการทำงานจริงอย่างสมบูรณ์นั่นเอง
แต่ในชีวิตจริงนั้นมิได้เป็นเช่นดังที่คาดหวังไว้ การใช้ชีวิตมิได้หยุดนิ่ง เช่นเดียวกับการเรียนรู้ ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เนื่องจากข่าวสารข้อมูลที่ได้รับแตกต่างออกไปจากที่เรียนมาทีละเล็กทีละน้อย การที่จะพยายามไม่รับรู้สิ่งต่างๆจากภายนอกเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากความจำเจเริ่มคืบคลานเข้ามา ความเบื่อหน่ายก็เข้ามาแทนที่ในชีวิต ทำให้การรับฝากครรภ์ การทำคลอด การทำหมัน การตรวจภายใน การผ่าตัดในอุ้งเชิงกรานโดยการเปิดหน้าท้องแบบดั้งเดิม เป็นสิ่งที่ไม่ท้าทายเท่าใดนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกไร้พรหมแดนเช่นปัจจุบัน
ในปีพ.ศ. 2537 ผมได้เห็นประกาศการรับสมัครผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตรการผ่าตัดผ่านกล้องทาง นรีเวชกรรม จากภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศเยอรมนีเป็นวิทยากร ทำให้ข้าพเจ้าสนใจขึ้นมาทันที เนื่องจากสมัยเรียนนั้น การผ่าตัดผ่านกล้องไม่เห็นมีอะไรแปลกใหม่เลยนอกเสียจากการส่องกล้องเพื่อการ ตรวจวินิจฉัย และการทำหมันแห้งเท่านั้น แต่นี่กลับมีการผ่าตัดได้ด้วย อีกทั้งในช่วงนั้นได้มีรายงานทางการแพทย์ฉบับหนึ่งได้กล่าวถึงการผ่าตัด มดลูกผ่านกล้องส่องช่องท้องสำเร็จเป็นรายแรกของโลกตั้งแต่ปีพ.ศ. 2534 โดยนายแพทย์ แฮรี่ ริชท์ จากสหรัฐอเมริกา จึงเป็นข้อมูลที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น และหากเราได้เข้าร่วมการฝึกอบรมจะทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆเพิ่มเติม ขึ้นมาอีกเป็นแน่
สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็วกับการฝึกอบรมระยะสั้นครั้งนั้น ผมได้อะไรน้อยมากเนื่องจากมีผู้สนใจเข้ารับการฝึกอบรมมากมายเกือบร้อยคน ประกอบกับระยะเวลาการเรียนรู้มีจำกัด แต่สิ่งที่ผมได้เยอะมากที่สุดก็คือ ความประทับใจในความคิดและจินตนาการของมนุษย์ที่ไม่มีขอบเขตจำกัด ในการแก้ปัญหาความเจ็บไข้ของมวลมนุษย์ให้ลุล่วงไปอย่างดีที่สุด ผมได้นำความรู้มาปฏิบัติตามแต่ก็เป็นไปอย่างไม่ราบรื่นเท่าใดนักและนั่นทำ ให้ผมตัดสินใจเดินหน้าต่อไปเพื่อไปให้ถึงความสามารถดังเช่นแพทย์จากประเทศ ที่เจริญแล้วเค้ามีกัน
ผมเริ่มต้นการเดินทางค้นหาความจริงด้วยการไปเยี่ยมชมโรงพยาบาลในประเทศ เยอรมนี และ
เน เธอร์แลนด์ ได้พบเห็นการผ่าตัดผ่านกล้องสดๆด้วยตาของตนเองเป็นครั้งแรกเป็นการผ่าตัดเอา มดลูกออกทางช่องคลอดโดยใช้กล้องส่องช่องท้องช่วย แทบจะไม่เชื่อสายตาแต่ความเป็นจริงได้อุบัติขึ้นแล้วในโลกใบนี้ แต่เราก็ไม่สามารถจะเรียนรู้ได้อย่างถึงแก่นซะทีเดียว ผมจึงได้ติดต่อไปยังประธานสมาคมนรีแพทย์ผ่าตัดผ่านกล้องนานาชาติแห่งสหรัฐ อเมริกาขณะนั้นคือนายแพทย์ เจมส์ แดเนียล เพื่อขอเข้ารับการฝึกอบรมอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งผมก็ได้รับความกรุณาจากท่านอย่างเต็มที่โดยมิได้เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่าง ใด
ประสบการณ์ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อนั้น ผมได้ให้บริการการผ่าตัดผ่านกล้องแก่ผู้ป่วยไปแล้วทั้งสิ้นประมาณ 80 ราย ซึ่งขณะนั้นคิดว่าหากท่านอาจารย์ถามอะไรมา เราก็คงสามารถแสดงตัวเลขได้อย่างสมศักดิ์ศรีบ้างพอสมควร แต่เพื่อความไม่ประมาทไหนๆก็จะมาเรียนแล้วระหว่างโดยสารอยู่บนเครื่องบินก็ บันทึกคำถามเพื่อแก้ปัญหาอุปสรรคที่ผ่านๆมา นึกไปนึกมาได้ประมาณ 5 หน้าสมุดบันทึกทีเดียว
วันแรกแห่งการเรียนรู้อย่างจริงจังในปีพ.ศ. 2539 ก็ทำให้คำถามต่างๆที่เตรียมมาได้รับคำตอบที่น่าพอใจถึง 3 หน้าทีเดียวส่วนที่เหลือก็คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก แต่ก็ทำให้อุ่นใจได้ว่า.......เรามาถูกทางแล้ว ประสบกาณ์ที่ผ่านมา 80 รายภายในสองปีนั้นดูด้อยลงถนัดตาเมื่อเทียบกับสถิติการผ่าตัดผ่านกล้องในโรง พยาบาลเซนเทนเนียล เมดดิอลเซนเตอร์ มลรัฐเทนเนสซี่ มีมากถึงเดือนละ 300 ราย ผมถึงกับอุทานอยู่ในใจว่า โอ้มายก๊อด สัปดาห์ต่อมาผมได้ร่วมเดินทางไปประชุมวิชาการสามัญประจำปีของสมาคมที่ อาจารย์ของผมเป็นประธานอยู่ ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองชิคาโก โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 600 คนจากทั่วโลกทำให้เราได้เห็นว่า เป็นโอกาสที่ดีมากที่ได้มาพบปะผู้สนใจวิชาการการผ่าตัดผ่านกล้องมากมายเช่น นี้เชียวหรือ ทำให้มีกำลังใจในการตั้งใจนำความรู้กลับมาให้บริการแก่ประชาชนมากขึ้นอีก เป็นทวีคูณ
การเรียนรู้เริ่มต้นด้วยการอ่านตำราต่างๆ จากนั้นจึงเข้าห้องผ่าตัดเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์วิธีการผ่าตัด และเมื่อมีเวลาว่างก็มานั่งดูวิดีโอการผ่าตัดชนิดต่างๆที่ได้บันทึกไว้ ในวันหยุดก็ฝึกการใช้เครื่องมือการผ่าตัดผ่านกล้อง โดยใช้หุ่นยนต์มาเป็นเครื่องช่วยการเรียนรู้ จากนั้นก็ฝึกการผ่าตัดจริงในสัตว์ทดลองซึ่งก็น่าสงสารเจ้าหมูน้อยน้ำหนัก 25 กิโลกรัมเสียจริงๆ เนื่องจากต้องได้รับการฉีดยาให้เสียชีวิตไปหลังจากการเรียนรู้สิ้นสุดลง เมื่อการฝึกปฏิบัติมาถึงบทท้ายๆ ผมได้มายืนเคียงข้างเตียงผ่าตัดคู่กับผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดผ่านกล้องที่มี ชื่อเสียงคนหนึ่งของโลก ร่วมกันผ่าตัด ร่วมกันเยี่ยมผู้ป่วยหลังการผ่าตัด คนแล้วคนเล่า จนแน่ใจว่าจะสามารถจดจำสิ่งที่มีประโยชน์มาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันให้ ดีที่สุดให้จงได้ จากการเรียนรู้ที่ผ่านไป ทำให้เห็นความสามารถและประสิทธิภาพของการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวชกรรม ที่ทำพลิกความคิดแบบเดิมๆไปสู่ความรู้อีกหน้าหนึ่งของศาสตร์ทางการแพทย์สมัย ใหม่ ทั้งๆที่วิธีการเหล่านี้มีผู้ค้นคิดมานับร้อยปีแล้ว แต่พึ่งนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่เพียงสองทศวรรษเท่านั้น เนื่องจากได้มีการพัฒนาการทางเทคโนโลยีต่างๆเช่น ใยแก้วนำแสง เทคโนโลยีการถ่ายทอดสัญญาณภาพ หรือการใช้หุ่นยนต์เป็นต้น
ก่อนกลับท่านอาจารย์ได้ฝากข้อคิดสำคัญไว้ว่า One who does not learn Laparoscopy will be history (ผู้ใดไม่เรียนรู้การผ่าตัดผ่านกล้อง จะเป็นคนในยุกต์ประวัติศาสตร์ซะแล้ว) ผมก็ได้ถ่ายทอดให้รุ่นต่อๆมารับทราบเมื่อมีโอกาส และดูเหมือนจะใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ
จากวันแรกเริ่มที่ผมจับเครื่องมือการผ่าตัดผ่านกล้องจนถึงวันนี้ ครบสิบสองปีแล้ว ผู้ป่วยที่มารับบริการการผ่าตัดสามารถเข้าใจวิธีการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรี เวชกรรมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากแพทย์ไทยเราที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศขณะนี้ได้มีการเรียนรู้ เพิ่มเติมมากขึ้น และได้มีการกระจายความรู้ความเข้าใจออกไปอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนได้มีการเรียนการสอนในทุกสถาบันการแพทย์ของประเทศให้แพทย์มีความรู้ พื้นฐานในการขวนขวายต่อไปในภายภาคหน้า จนผมสังเกตพบว่าผู้ป่วยกว่าร้อยละ 80 เลยทีเดียวที่มีข้อมูลของการผ่าตัดผ่านกล้อง วิธีการผ่าตัดก็สามารถทำได้โดยการเป่าลมเข้าสู่ช่องท้อง แล้วใช้กล้องที่มีแสงสว่างอยู่ด้วยสอดผ่านแผลขนาด 5 มิลลิเมตรบริเวณสะดือลงสู่ภายในช่องท้อง เพื่อทำการตรวจสภาพภายในช่องท้องจากนั้นจึงสอดเครื่องมือขนาดเล็กผ่านแผล บริเวณท้องน้อยทั้งสองข้างเพื่อทำการผ่าตัด
สิบสองปีที่ผ่านไปได้ทำให้ผมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆในเสี้ยวหนึ่งของชีวิต ได้รับใช้ประชาชนไปกว่า 2000 ราย แต่เมื่อเทียบกับงานทั้งประเทศที่มีนับหมื่นในแต่ละปีถือว่าน้อยมาก แต่ก็นับได้ว่าเป็นฟันเฟืองส่วนหนึ่งที่พยายามนำพาวิธีการผ่าตัดผ่านกล้อง ให้ไปสู่จุดหมายที่แท้จริง เพราะนอกจากจะให้บริการผู้เจ็บป่วยแล้ว ยังได้ร่วมกับชมรมนรีแพทย์ผ่าตัดผ่านกล้องแห่งประเทศไทย เผยแพร่ความรู้อย่างต่อเนื่องอีก ด้วย
จะเห็นได้ว่าการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวชกรรมสามารถนำมาให้บริการแก่ผู้ป่วย ได้อย่างหลากหลาย โดยที่ข้อบ่งชี้ในการทำผ่าตัดมีมากขึ้นและข้อห้ามก็จะลดลงตามลำดับ แปรตามจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ที่สนใจวิธีการทางด้านนี้ได้ขยายวงกว้างออกไป เรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกันผลข้างเคียงก็อาจจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
จากประสบการณ์ดังกล่าวข้างต้นผู้เขียนเห็นว่ามีสิ่งที่น่าจะสามารถนำมาบอก เล่า ถึงศักยภาพของการนำวิธีการทางการแพทย์มาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้มารับ บริการอย่างสูงสุด อันเป็นการ transfer technology จากอดีตมาสู่ยุคสมัยปัจจุบันเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ให้มากขึ้นในอนาคต
เขียนโดย:
นพ. มงคล จันทาภากุล
สูติ นรีเวชวิทยา - ผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช
โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท
วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554
สมิติเวช โชว์นวัตกรรมทางการแพทย์อีกครั้ง เปิดตัวแอพพลิเคชั่นทดสอบกระดูกและข้อ ผ่าน iPhone
สมิติเวช โชว์ความเป็นเลิศทางการแพทย์สาขากระดูกและข้อ พร้อมร่วมรณรงค์ผู้รักสุขภาพก่อนถึงวันโรคกระดูกพรุนโลก ในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ เปิดตัวแอพลิเคชั่นใหม่ล่าสุด “Sport Mobile Health“
แอพลิเคชั่นนี้จัดทำโปรแกรมขึ้นใหม่โดยเฉพาะ เพื่อให้คุณได้ทดสอบประสิทธิภาพและวัดผลของร่างกายคุณ เหมาะสำหรับผู้ที่รักการออกกำลังและต้องการอัพเดทสุขภาพของตัวเองอยู่ตลอดเวลา รวมถึงเหมาะกับผู้ที่รักความสนุกสนานที่มาพร้อมกับความรู้และสาระประโยชน์ เพื่อการดูแลและป้องกันตัวเองล่วงหน้า แอพพลิเคชั่นดังกล่าวสามารถเป็นเครื่องมือเบื้องต้นในการตรวจสมรรถภาพของร่างกายได้โดยด้วยวิธีง่ายๆ และสะดวกสบาย อีกทั้งยังสามารถทำนายสิ่งผิดปกติของคุณได้ก่อนถึงมือแพทย์ ท่านสามารถนำค่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นไปเป็นข้อมูลประกอบเมื่อพบแพทย์เพื่อการวิเคราะห์ วินิจฉัย และให้การรักษาที่ตรงจุดและแม่นยำได้ ผ่านเกมสนุกที่เล่นไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวของคุณ ไม่ว่าจะป็น เทนนิส กอล์ฟ ฟุตบอล เป็นแอพพลิเคชั่นที่ตอบโจทย์สุขภาพคุณได้หลายรูปแบบในที่เดียว “สนุกและได้รู้สมรรถภาพของคุณเองไปกับสมิติเวช เพียงดาวน์โหลด “Sport Mobile Health“ กับ Apple App Store หรือ เข้าไปที่ www.svh.cc/sportmobile ได้ตั้งแต่ 20 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป”
นอกจากนี้ คุณยังสามารถค้นห้าความรู้โดยตรงเฉพาะเรื่องของกระดูกและข้อของคุณได้ที่ www.SportOrthopedic.com เว็บไซต์ที่รวมทุกเรื่องกระดูกและข้อไว้เพื่อคุณ ไม่วาจะเป็นหลากหลายบทความเรื่องโรคกระดูกและข้อ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางโรคกระดูก ของทั้งสมิติเวช สุขุมวิท และ สมิติเวช ศรีนครินทร์ รวมถึงสามารถนัดพบแพทย์ที่คุณต้องการพบผ่านเว็บได้ทันที
สำหรับท่านที่ดาวน์โหลด “Sport Mobile Health“ กับ Apple App Store หรือเข้าไปที่ www.svh.cc/sportmobile สามารถร่วมสนุกตอบคำถามและลุ้นชิง iPhone 4S เพียงส่งคำตอบมาที่ e-communication@samitivej.co.th ตั้งแต่ วันที่ 20 ตุลาคม ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน โดยตอบคำถามดังนี้ :
แอพลิเคชั่นนี้จัดทำโปรแกรมขึ้นใหม่โดยเฉพาะ เพื่อให้คุณได้ทดสอบประสิทธิภาพและวัดผลของร่างกายคุณ เหมาะสำหรับผู้ที่รักการออกกำลังและต้องการอัพเดทสุขภาพของตัวเองอยู่ตลอดเวลา รวมถึงเหมาะกับผู้ที่รักความสนุกสนานที่มาพร้อมกับความรู้และสาระประโยชน์ เพื่อการดูแลและป้องกันตัวเองล่วงหน้า แอพพลิเคชั่นดังกล่าวสามารถเป็นเครื่องมือเบื้องต้นในการตรวจสมรรถภาพของร่างกายได้โดยด้วยวิธีง่ายๆ และสะดวกสบาย อีกทั้งยังสามารถทำนายสิ่งผิดปกติของคุณได้ก่อนถึงมือแพทย์ ท่านสามารถนำค่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นไปเป็นข้อมูลประกอบเมื่อพบแพทย์เพื่อการวิเคราะห์ วินิจฉัย และให้การรักษาที่ตรงจุดและแม่นยำได้ ผ่านเกมสนุกที่เล่นไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวของคุณ ไม่ว่าจะป็น เทนนิส กอล์ฟ ฟุตบอล เป็นแอพพลิเคชั่นที่ตอบโจทย์สุขภาพคุณได้หลายรูปแบบในที่เดียว “สนุกและได้รู้สมรรถภาพของคุณเองไปกับสมิติเวช เพียงดาวน์โหลด “Sport Mobile Health“ กับ Apple App Store หรือ เข้าไปที่ www.svh.cc/sportmobile ได้ตั้งแต่ 20 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป”
นอกจากนี้ คุณยังสามารถค้นห้าความรู้โดยตรงเฉพาะเรื่องของกระดูกและข้อของคุณได้ที่ www.SportOrthopedic.com เว็บไซต์ที่รวมทุกเรื่องกระดูกและข้อไว้เพื่อคุณ ไม่วาจะเป็นหลากหลายบทความเรื่องโรคกระดูกและข้อ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางโรคกระดูก ของทั้งสมิติเวช สุขุมวิท และ สมิติเวช ศรีนครินทร์ รวมถึงสามารถนัดพบแพทย์ที่คุณต้องการพบผ่านเว็บได้ทันที
สำหรับท่านที่ดาวน์โหลด “Sport Mobile Health“ กับ Apple App Store หรือเข้าไปที่ www.svh.cc/sportmobile สามารถร่วมสนุกตอบคำถามและลุ้นชิง iPhone 4S เพียงส่งคำตอบมาที่ e-communication@samitivej.co.th ตั้งแต่ วันที่ 20 ตุลาคม ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน โดยตอบคำถามดังนี้ :
- มี menu บน sport Mobile Health ทั้งหมด กี่ menu และ คือ อะไรบ้าง?
- ชนิดกีฬาที่ให้บริการ ทดสอบ มีกี่ชนิด อะไรบ้าง?
- Fit & Firm Program มีการทดสอบ กี่ชนิด อะไรบ้าง?
- แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อ สมิติเวช สุขุมวิท และสมิติเวช ศรีนครินทร์ มีสาขาอะไรบ้าง?
สมิติเวช โชว์ความเป็นเลิศทางการแพทย์สาขากระดูกและข้อ พร้อมร่วมรณรงค์ผู้รักสุขภาพก่อนถึงวันโรคกระดูกพรุนโลก ในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ เปิดตัวแอพลิเคชั่นใหม่ล่าสุด “Sport Mobile Health“
แอพลิเคชั่นนี้จัดทำโปรแกรมขึ้นใหม่โดยเฉพาะ เพื่อให้คุณได้ทดสอบประสิทธิภาพและวัดผลของร่างกายคุณ เหมาะสำหรับผู้ที่รักการออกกำลังและต้องการอัพเดทสุขภาพของตัวเองอยู่ตลอดเวลา รวมถึงเหมาะกับผู้ที่รักความสนุกสนานที่มาพร้อมกับความรู้และสาระประโยชน์ เพื่อการดูแลและป้องกันตัวเองล่วงหน้า แอพพลิเคชั่นดังกล่าวสามารถเป็นเครื่องมือเบื้องต้นในการตรวจสมรรถภาพของร่างกายได้โดยด้วยวิธีง่ายๆ และสะดวกสบาย อีกทั้งยังสามารถทำนายสิ่งผิดปกติของคุณได้ก่อนถึงมือแพทย์ ท่านสามารถนำค่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นไปเป็นข้อมูลประกอบเมื่อพบแพทย์เพื่อการวิเคราะห์ วินิจฉัย และให้การรักษาที่ตรงจุดและแม่นยำได้ ผ่านเกมสนุกที่เล่นไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวของคุณ ไม่ว่าจะป็น เทนนิส กอล์ฟ ฟุตบอล เป็นแอพพลิเคชั่นที่ตอบโจทย์สุขภาพคุณได้หลายรูปแบบในที่เดียว “สนุกและได้รู้สมรรถภาพของคุณเองไปกับสมิติเวช เพียงดาวน์โหลด “Sport Mobile Health“ กับ Apple App Store หรือ เข้าไปที่ www.svh.cc/sportmobile ได้ตั้งแต่ 20 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป”
นอกจากนี้ คุณยังสามารถค้นห้าความรู้โดยตรงเฉพาะเรื่องของกระดูกและข้อของคุณได้ที่ www.SportOrthopedic.com เว็บไซต์ที่รวมทุกเรื่องกระดูกและข้อไว้เพื่อคุณ ไม่วาจะเป็นหลากหลายบทความเรื่องโรคกระดูกและข้อ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางโรคกระดูก ของทั้งสมิติเวช สุขุมวิท และ สมิติเวช ศรีนครินทร์ รวมถึงสามารถนัดพบแพทย์ที่คุณต้องการพบผ่านเว็บได้ทันที
สำหรับท่านที่ดาวน์โหลด “Sport Mobile Health“ กับ Apple App Store หรือเข้าไปที่ www.svh.cc/sportmobile สามารถร่วมสนุกตอบคำถามและลุ้นชิง iPhone 4S เพียงส่งคำตอบมาที่ e-communication@samitivej.co.th ตั้งแต่ วันที่ 20 ตุลาคม ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน โดยตอบคำถามดังนี้ :
แอพลิเคชั่นนี้จัดทำโปรแกรมขึ้นใหม่โดยเฉพาะ เพื่อให้คุณได้ทดสอบประสิทธิภาพและวัดผลของร่างกายคุณ เหมาะสำหรับผู้ที่รักการออกกำลังและต้องการอัพเดทสุขภาพของตัวเองอยู่ตลอดเวลา รวมถึงเหมาะกับผู้ที่รักความสนุกสนานที่มาพร้อมกับความรู้และสาระประโยชน์ เพื่อการดูแลและป้องกันตัวเองล่วงหน้า แอพพลิเคชั่นดังกล่าวสามารถเป็นเครื่องมือเบื้องต้นในการตรวจสมรรถภาพของร่างกายได้โดยด้วยวิธีง่ายๆ และสะดวกสบาย อีกทั้งยังสามารถทำนายสิ่งผิดปกติของคุณได้ก่อนถึงมือแพทย์ ท่านสามารถนำค่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นไปเป็นข้อมูลประกอบเมื่อพบแพทย์เพื่อการวิเคราะห์ วินิจฉัย และให้การรักษาที่ตรงจุดและแม่นยำได้ ผ่านเกมสนุกที่เล่นไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวของคุณ ไม่ว่าจะป็น เทนนิส กอล์ฟ ฟุตบอล เป็นแอพพลิเคชั่นที่ตอบโจทย์สุขภาพคุณได้หลายรูปแบบในที่เดียว “สนุกและได้รู้สมรรถภาพของคุณเองไปกับสมิติเวช เพียงดาวน์โหลด “Sport Mobile Health“ กับ Apple App Store หรือ เข้าไปที่ www.svh.cc/sportmobile ได้ตั้งแต่ 20 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป”
นอกจากนี้ คุณยังสามารถค้นห้าความรู้โดยตรงเฉพาะเรื่องของกระดูกและข้อของคุณได้ที่ www.SportOrthopedic.com เว็บไซต์ที่รวมทุกเรื่องกระดูกและข้อไว้เพื่อคุณ ไม่วาจะเป็นหลากหลายบทความเรื่องโรคกระดูกและข้อ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางโรคกระดูก ของทั้งสมิติเวช สุขุมวิท และ สมิติเวช ศรีนครินทร์ รวมถึงสามารถนัดพบแพทย์ที่คุณต้องการพบผ่านเว็บได้ทันที
สำหรับท่านที่ดาวน์โหลด “Sport Mobile Health“ กับ Apple App Store หรือเข้าไปที่ www.svh.cc/sportmobile สามารถร่วมสนุกตอบคำถามและลุ้นชิง iPhone 4S เพียงส่งคำตอบมาที่ e-communication@samitivej.co.th ตั้งแต่ วันที่ 20 ตุลาคม ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน โดยตอบคำถามดังนี้ :
- มี menu บน sport Mobile Health ทั้งหมด กี่ menu และ คือ อะไรบ้าง?
- ชนิดกีฬาที่ให้บริการ ทดสอบ มีกี่ชนิด อะไรบ้าง?
- Fit & Firm Program มีการทดสอบ กี่ชนิด อะไรบ้าง?
- แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อ สมิติเวช สุขุมวิท และสมิติเวช ศรีนครินทร์ มีสาขาอะไรบ้าง?
โรคกระเพาะอักเสบ
| อาการปวดท้อง จุกเสียด ปวดทะลุหลัง ท้องอืด จุกเสียด เรอ ปวดแสบท้อง ถ่ายดำ เป็นสัญญาณบอกเหตุ ให้ทราบว่ากระเพาะของคุณอาจกำลังประสบปัญหา กระเพาะอาหารของมนุษย์เรามีการสร้างและหลั่งกรดเพื่อย่อยอาหารต่าง ๆ ตามธรรมชาติ ดังนั้นกระเพาะอาหารจึงมีโครงสร้างพื้นผิวพิเศษที่สามารถทนต่อกรดได้ค่อน ข้างสูง เพื่อสามารถทนต่อการย่อยของสารต่าง ๆ ที่เรารับประทานเข้าไปได้ และเมื่ออาหารผ่านจากหลอดอาหารมาสู่กระเพาะอาหาร กรดจะถูกหลั่งออกมาจากผิวของกระเพาะอาหารและกล้ามเนื้อกระเพาะอาหารจะทำการ คลุกเคล้ากรดเหล่านั้นเพื่อย่อยอาหาร ต่อไป สารอาหารแรกที่จะถูกย่อยได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ตามด้วยโปรตีน และไขมันตามลำดับ จากนั้นจึงส่งผ่านไปยังลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ก่อนขับถ่ายเป็นอุจจาระทางทวาร เชื้อโรค Helicobacter Pylori คืออะไร Helicobacter Pylori เป็น แบคทีเรีย ที่อาศัยอยู่ในเยื่อบุผิวกระเพาะ ซึ่งทำไห้ กระเพาะอักเสบเรื้อรังและเป็นแผล เมื่อมีการดำเนินโรคเป็นเวลานานทำให้เป็นมะเร็งกระเพาะได้เป็น แบคทีเรีย ที่อาศัยอยู่ในเยื่อบุผิวกระเพาะ อาหาร ซึ่งทำไห้ กระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรังและเป็นแผลเกิดขึ้น เมื่อมีการดำเนินโรคเป็นเวลานานทำให้เป็นมะเร็งกระเพาะอาหารได้ ทราบได้อย่างไรว่าติดเชื้อโรค Helicobacter Pylori ปัจจุบันมีการตรวจหลายวิธีที่ทำให้ทราบว่ามีการติดเชื้อ Helicobacter Pylori ได้แก่ การตรวจชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา ผ่านทางการตรวจด้วยวิธีส่องกล้องกระเพาะอาหาร การตรวจจากอุจจาระ การใช้ carbon 14 เก็บผ่านทางลมหายใจ และตรวจจาก เลือด |
| สนใจสอบถามรายละเอียด ศูนย์โรคตับและระบบทางเดินอาหาร ชั้น4 038-320300 ต่อ 1423-4 |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)